BLOG

BLOG
BLOG
5 ข้อคลายสงสัย ขั้นตอนการทำงานของทีมพัฒนากว่าจะมาเป็นเว็บไซต์
มีหลายคนไม่น้อย ที่ตั้งข้อสงสัยว่าทำเว็บๆ เดียวทำไมถึงมีราคาสูง 
เราจึงอยากจะมาบอกว่า เพราะทุกขั้นตอนในการดำเนินงาน ได้ผ่านขั้นตอนการทำงาน และใช้ความรู้ความสามารถจากนักพัฒนามืออาชีพ ทั้ง Programmer Creative และ Frontend Developer  ซึ่งทางทีมพัฒนาได้ช่วยระดมความคิดและหาแนวทางร่วมกันกับไอเดียคอนเซ็ปท์และความต้องการของลูกค้า ใช้ระยะเวลาในการพูดคุย และให้คำปรึกษาจนกว่าจะได้ความต้องการที่แท้จริง เพื่อให้เว็บไซต์ออกมาตอบโจทย์กับการใช้งานของลูกค้าและสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์มากที่สุด 
เพราะการทำเว็บไซต์ ไม่ใช่แค่มีไว้เพื่อแสดงตัวตนและอวดโชว์ผลงานของธุรกิจเท่านั้น 
แต่เว็บไซต์หนึ่งประกอบไปด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ และการวาง Business Model ให้กับลูกค้า เพื่อออกแบบเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์ธุรกิจ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและชูจุดเด่นของธุรกิจให้ชัดเจนขึ้น  
 
โดยหลัก ๆ แล้ว การทำเว็บไซต์ เราจะมีวิธีการคิดค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามขั้นตอนการทำเว็บไซต์ ไปจนถึงบริการเสริมต่าง ๆ ของบริษัทผู้พัฒนาที่จัดทำขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า หากต้องการบริการหรือฟังค์ชั่นพิเศษต่างๆ เพิ่มเข้าไปด้วย 
1. ขั้นตอนก่อนเริ่มสร้างเว็บไซต์ 
ทางทีมจะรับ Requirements จากลูกค้า เพื่อปรึกษากันระหว่างลูกค้าและทีมผู้พัฒนา ถึงไอเดียและคอนเซ็ปท์ ในการทำเว็บไซต์ รวมถึงคอนเทนต์และฟังค์ชั่นต่าง ๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ จากนั้นจะต้องมีการออกแบบ Design หน้า Main page เพื่อเป็นตัวอย่างและให้ลูกค้าเห็นภาพก่อนว่า เว็บไซต์ที่จะทำนั้น จะออกมาเป็นแบบไหน แต่ละหน้ามีคอนเทนต์อะไรบ้าง หรือจะปรับเปลี่ยนแก้ตรงไหน ก็สามารถที่จะทำได้เลย ก่อนที่จะ Redesign ออกมาเป็นแบบที่ลูกค้าต้องการ 
 
2. เริ่มการ Design
เมื่อได้คอนเซ็ปท์และตกลงราคาของการทำเว็บไซต์แล้ว ขั้นตอนนี้ทางทีมงาน จะต้องทำการออกแบบ Design เว็บไซต์ทั้งหมด โดยเริ่มจาก Main Page เมื่อหน้า Main Page ผ่านแล้ว จึงค่อยทำการ Design หน้าต่อไป ทุกหน้าตามใบเสนอราคา (Quotation) ซึ่งจะเป็นการทำไปในที่ละขั้นตอน เพราะถ้า Main Page ยังไม่ผ่าน จะไม่สามารถทำหน้าอื่นได้ 
 
3. วางระบบเชื่อมโค้ดหลังบ้านและหน้าเว็บเข้าด้วยกัน ด้วย Programmer 
หากกระบวนการ Design ผ่านแล้ว ทางทีม Programmer ก็ทำการวางระบบ โดยการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยโค้ด ซึ่งภาษาที่ใช้เขียนคือ PHP โดยแต่ละเว็บไซต์ที่ใช้เขียน ก็ต้องขึ้นอยู่กับขนาดเว็บไซต์ด้วยว่ามีความซับซ้อน หรือระบบโปรแกรมต่างๆ เข้ามาเพิ่มเติมหรือเปล่า เพราะอาจจะต้องใช้ Programmer หลายคนในการพัฒนา ด้วยตัวเว็บไซต์ที่มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทั้งฟังค์ชั่นและระบบโปรแกรมต่างๆ ที่เข้ามาเพิ่มศักยภาพเป็น Web Application ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้มากกว่า เพราะตัว Web Application นั้นมีความเสถียรภาพสูง และรองรับการแสดงผลได้ทุกขนาดหน้าจอแบบ Responsive ได้อย่างสวยงาม และปรับลักษณะการใช้งานต่างๆ บนมือถือหรือแท็บเล็ท ให้เหมือนกับแอปพลิเคชั่นมากขึ้น ซึ่งทำให้การใช้งานก็ง่ายขึ้นด้วย 
 
4. การทำเว็บไซต์ให้มีชีวิตชีวา ด้วย HTML
เว็บไซต์ในยุคนนี้เริ่มมีการแข่งขันกันมากขึ้น ด้วยเพราะการทำการตลาดออนไลน์ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป นิยมที่จะ ซื้อ - ขาย ออนไลน์กันมากขึ้น เพราะสถานการณ์ Covid 19 ซึ่งช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางที่สะดวกและรวดเร็วมากกว่า เว็บไซต์ที่ดีและสามารถตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคได้ ต้องมีความทันสมัยและสวยงาม ที่สำคัญคือ มีความน่าสนใจ ซึ่งจะทำให้ดึงดูดลูกค้า ให้เข้าใช้เว็บไซต์ของเรา ซึ่งการทำ HTML ก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญในการช่วยเพิ่มชีวิตที่สดใสให้กับเว็บไซต์ ด้วยลูกเล่นต่างๆ ที่น่าสนใจ อย่างเช่น Scroll mouse การเลื่อนของคอนเทนต์ต่างๆ บนหน้าเว็บไซต์ ตามการคลิกของเมาส์ 
 
5. ดูแลจนจบงานด้วยการ Training 
ขั้นตอนสุดท้ายของการดำเนินงาน เมื่อเว็บไซต์เสร็จทุกกระบวนการทำงานแล้ว ทางบริษัทของเราจะมีบริการดูแล ในเรื่องของการจัดการอบรม (Training) ระบบให้แก่ผู้ดูแลเว็บไซต์และบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการใช้งานระบบเว็บไซต์ ทั้งระบบหลังบ้าน และการแสดงผลหน้าเว็บไซต์ ได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง 

 

เว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ นั้นมีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบขั้นตอน  ด้วยเพราะไม่ใช่แค่เพียงสร้างขึ้นมาเพียงเพราะแค่ให้ได้ชื่อว่า มีเว็บไซต์เฉยๆ แต่เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าหรือบริการ

 

 

บทความอื่น ๆ
SERVICE ที่เกี่ยวข้อง